วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                                       มก 13:33-37

        เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า

        "จงระวัง จงตื่นเฝ้าเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่าวันเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไร เหมือนกับชายคนหนึ่งที่ก่อนจะเดินทางออกจากบ้านได้มอบอำนาจให้แก่ผู้รับใช้ ให้แต่ละคนมีงานของตนและยังได้สั่งคนเฝ้าประตูให้คอยตื่นเฝ้าไว้ เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงตื่นเฝ้าเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะมาเมื่อไร อาจจะมาเวลาค่ำ   เวลา  เที่ยงคืน ตอนไก่ขัน หรือเวลารุ่งเช้า ถ้าเขากลับมาโดยฉับพลัน อย่าให้เขาพบท่านกำลังหลับอยู่ สิ่งที่เราบอกแก่ท่าน เราก็บอกแก่ทุกคนด้วยว่า จงตื่นเฝ้าเถิด!'


วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                                       มก 1:1-8

        การเริ่มต้นข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าทรงเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าเ มีเขียนไว้ในหนังสือประกาศกอิสยาห์ว่า ดูซิ เราส่งผู้นำสารของเราไปข้างหน้าท่าน เพื่อเตรียมทางสำหรับท่าน คนคนหนึ่งร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าจงทำทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด

        เพื่อให้ข้อความนี้เป็นจริง ยอห์นจึงทำพิธีล้างในถิ่นทุรกันดาร เทศน์สอนเรื่องพิธีล้าง ซึ่งแสดงการเป็นทุกข์กลับใจเพื่อจะได้รับการอภัยบาป ประชาชนจากทั่วแคว้นยูเดีย และชาวกรุงเยรูซาเล็มทั้งหลายได้ไปพบเขา    รับพิธีล้างจากเขาในแม่น้ำจอร์แดนโดยสารภาพบาปของตน ยอห์นแต่งกายด้วยผ้าขนอูฐ ใช้หนังสัตว์คาดสะเอว รับประทานตั๊กแตนและน้ำผึ้งป่า และประกาศว่า 'มีผู้หนึ่งมาภายหลังข้าพเจ้า ทรงอำนาจยิ่งกว่าข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะก้มลงแก้สายรัดรองเท้าของเขา ข้าพเจ้าใช้น้ำทำพิธีล้างให้ท่านทั้งหลาย แต่เขาจะทำพิธีล้างท่านเดชะพระจิตเจ้า'

  

วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น                                       ยน 1:6-8, 19-28

        พระเจ้าทรงส่งชายผู้หนึ่งมา เขาชื่อยอห์น เขามาในฐานะพยาน เพื่อเป็นพยานถึงแสงสว่าง เขาไม่ใช่แสงสว่างแต่เป็นพยานถึงแสงสว่าง

        ยอห์นเป็นพยานดังนี้ เมื่อชาวยิวจากกรุงเยรูซาเล็มส่งบรรดาสมณะและชาวเลวีไปถามยอห์นว่า "ท่านเป็นใครเล่า?" เขามิได้ปิดบังความจริง แต่ยืนยันว่า "ข้าพเจ้าไม่ใช่พระคริสต์"  ดังนั้น เขาเหล่านั้นจึงถามว่า "ถ้าเช่นนั้น ท่านเป็นใคร เป็นเอลียาห์หรือ?" ยอห์นตอบว่า "ข้าพเจ้าไม่เป็นเอลียาห์" "ท่านเป็นประกาศกผู้นั้นหรือ?" เขาตอบอีกว่า "ไม่ใช่" เขาเหล่านั้นจึงถามว่า "ท่านเป็นใคร? เราจะได้นำคำตอบไปให้ผู้ที่ส่งเรามา ท่านกล่าวถึงตนเองอย่างไรเล่า?" ยอห์นตอบว่า "ข้าพเจ้าเป็น เสียงของผู้ที่ร้องในถิ่นทุรกันดารว่า จงทำทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ตรงเถิด"
ดังที่ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวไว้

        ผู้ที่ถูกส่งไปถามนั้นเป็นชาวฟาริสี เขาถามยอห์นอีกว่า "ทำไมท่านจึงทำพิธีล้าง ถ้าท่านไม่ใช่พระคริสต์  ไม่ใช่เอลียาห์ และไม่ใช่ประกาศกผู้นั้น?" ยอห์นตอบพวกเขาว่า "ข้าพเจ้าใช้น้ำทำพิธีล้างให้ท่านทั้งหลาย แต่มีผู้หนึ่งประทับอยู่ท่ามกลางท่าน เป็นผู้ที่ท่านไม่รู้จัก ผู้นั้นมาภายหลังข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะแก้สายรัดรองเท้าของเขา"

        เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเบธานี ทางอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดนที่ซึ่งยอห์นกำลังทำพิธีล้างอยู่

 


วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2017 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา                                       ลก 1:26-38

        เมื่อนางเอลีซาเบธตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว พระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์กาเบรียลมายังเมืองหนึ่งในแคว้นกาลิลีชื่อเมืองนาซาเร็ธ มาพบหญิงพรหมจารีคนหนึ่งซึ่งหมั้นอยู่กับชายชื่อโยเซฟ  ในราชวงศ์ของกษัตริย์ดาวิด หญิงพรหมจารีผู้นั้นชื่อมารีย์ ทูตสวรรค์เข้าในบ้านและกล่าวแก่พระนางว่า "จงยินดีเถิด ท่านผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน"

        เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ พระนางมารีย์รู้สึกวุ่นวายใจมาก ถามตนเองว่า คำทักทายนี้หมายความว่ากระไร? แต่ทูตสวรรค์กล่าวแก่พระนางว่า "มารีย์ อย่ากลัวเลย ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน ท่านจะตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ท่านจะตั้งชื่อเขาว่าเยซู เขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่และพระเจ้าผู้สูงสุดจะทรงเรียกเขาเป็นบุตรของพระองค์ พระเจ้าจะประทานพระที่นั่งของกษัตริย์ดาวิดบรรพบุรุษให้แก่เขา เขาจะปกครองวงศ์ตระกูลของยาโคบตลอดไปและพระอาณาจักรของเขาจะไม่มี สิ้นสุดเลย"

        พระนางมารีย์จึงทรงถามทูตสวรรค์ว่า "เหตุการณ์นี้จะเป็นไปได้อย่างไรเพราะข้าพเจ้าตั้งใจจะเป็นพรหมจารี?" ทูตสวรรค์ตอบว่า "พระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือท่านและพระอานุภาพของพระผู้สูงสุดจะแผ่เงาปกคลุมท่าน  เพราะฉะนั้น บุตรที่เกิดมาจะเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และจะรับนามว่าบุตรของพระเจ้า ดูซิ! เอลีซาเบธ ญาติของท่าน ทั้งๆที่ชราแล้ว ก็กำลังตั้งครรภ์บุตรชาย ใครๆคิดว่านางเป็นหมัน  แต่นางก็ตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว เพราะไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้"

        พระนางมารีย์จึงกล่าวว่า "ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด"   แล้วทูตสวรรค์ได้จากพระนางไป

 

วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม 2017 ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา                                       ลก 2:22-40

        เมื่อครบกำหนดเวลาที่มารดาและบุตรจะต้องทำพิธีชำระมลทินตามธรรมบัญญัติของโมเสส  โยเซฟและพระนางมารีย์ได้นำพระกุมารไปที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายแด่พระเจ้า  มีเขียนไว้ในธรรมบัญญัติของพระเจ้าว่า จะต้องถวายบุตรชายคนแรกทุกคนแด่พระเจ้า และถวายเครื่องบูชาคือนกเขาหนึ่งคู่หรือนกพิราบสองตัว ตามที่มีกำหนดไว้ในธรรมบัญญัติของพระเจ้า  เวลานั้น ที่กรุงเยรูซาเล็ม มีชายผู้หนึ่งชื่อสิเมโอน เป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า เขารอคอยความรอดพ้นของอิสราเอลพระจิตเจ้าทรงสถิตอยู่กับเขา และได้ทรงเปิดเผยให้เขาทราบว่า เขาจะไม่ตายก่อนที่จะได้เห็นพระคริสต์ของพระเจ้า พระจิตเจ้าทรงนำสิเมโอนเข้าไปในพระวิหาร     ขณะที่บิดามารดานำพระกุมารเข้ามาปฏิบัติตามที่ธรรมบัญญัติกำหนดไว้ สิเมโอนได้รับพระกุมารมาอุ้มไว้ และกล่าวถวายพระพรแด่พระเจ้าว่า

        ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยข้ารับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุข ตามพระดำรัสของพระองค์ เพราะว่านัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดพ้น ที่พระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับนานาประชาชาติ เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนต่างชาติรู้จักพระองค์ และเป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับอิสราเอลประชากรของพระองค์

        โยเซฟประหลาดใจในถ้อยคำที่กล่าวถึงพระกุมาร พระนางมารีย์ก็ทรงรู้สึกเช่นเดียวกัน สิเมโอนได้อวยพรท่านทั้งสองและกล่าวแก่พระนางมารีย์ มารดาของพระองค์ว่า "พระเจ้าทรงกำหนดให้กุมารนี้เป็นเหตุให้คนจำนวนมากในอิสราเอลต้องล้มลงหรือลุกขึ้น และเป็นเครื่องหมายแห่งการต่อต้าน เพื่อความในใจของคนจำนวนมากจะถูกเปิดเผย" ส่วนท่านเอง ดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่าน

        ประกาศกหญิงท่านหนึ่ง ชื่ออันนา เป็นบุตรสาวของฟานูเอลจากเผ่าอาเชอร์ นางชรามากแล้ว   ได้แต่งงานตั้งแต่ยังสาวอยู่กับสามีเจ็ดปี หลังจากนั้นก็เป็นหม้าย เวลานี้อายุแปดสิบสี่ปี ไม่ได้ออกจากพระวิหารเลย  อยู่รับใช้พระเจ้าทั้งกลางวันกลางคืนโดยจำศีลอดอาหารและอธิษฐานภาวนา นางได้เข้ามาในเวลานั้นพอดี ขอบพระคุณพระเจ้า    และกล่าวถึงพระกุมารแก่ทุกคนที่กำลังรอคอยการไถ่กู้กรุงเยรูซาเล็มฟัง

        เมื่อโยเซฟและพระนางมารีย์ได้ปฏิบัติตามที่ธรรมบัญญัติของพระเจ้ากำหนดไว้สำเร็จทุกประการแล้ว จึงกลับไปที่นาซาเร็ธ เมืองของตนในแคว้นกาลิลี พระกุมารทรงเจริญวัยแข็งแรงขึ้น ทรงพระปรีชาญาณอย่างสมบูรณ์ และพระหรรษทานของพระเจ้าสถิต่กับพระองค์