วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2020 สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว               มธ 18:15-20

        เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาอัครสาวกว่า

        'ถ้าพี่น้องของท่านทำผิด จงไปตักเตือนเขาตามลำพัง ถ้าเขาเชื่อฟัง ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา ถ้าเขาไม่เชื่อฟัง จงพาอีกคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย คำพูดของพยานสองคนหรือสามคนจะได้จัดเรื่องราว ให้เรียบร้อย ถ้าเขาไม่ยอมฟังพยาน จงแจ้งให้หมู่คณะทราบ ถ้าเขาไม่ยอมฟังหมู่คณะอีกจงปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นคนต่างศาสนา หรือคนเก็บภาษีเถิด

        'เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกในโลก จะผูกไว้ในสวรรค์ และทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ ในโลกก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย'

        'เราบอกความจริงแก่ท่านอีกว่า ถ้าท่านสองคนในโลกนี้พร้อมใจกันอ้อนวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์จะประทานให้ เพราะว่า ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นท่ามกลางพวกเขา'

 

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2020 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว               มธ 18:21-35

        เวลานั้น เปโตรเข้ามาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า 'พระเจ้าข้า ถ้าพี่-น้องทำผิดต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องยกโทษให้เขาสักกี่ครั้ง? ถึงเจ็ดครั้งหรือไม่?'

        พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า 'เราไม่ได้บอกท่านว่าต้องยกโทษให้เจ็ดครั้ง แต่ต้องยกโทษให้เจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง'

        อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงประสงค์จะตรวจบัญชีหนี้สินของผู้รับใช้ ขณะที่ทรงเริ่มตรวจบัญชีนั้น มีผู้นำชายผู้หนึ่งเข้ามา ชายผู้นี้เป็นหนี้อยู่เป็นพันล้านบาท ชายผู้นี้ไม่มีสิ่งใดจะชำระหนี้ได้ กษัตริย์จึงตรัสสั่งให้ขายทั้งตัวเขา บุตรภรรยาและทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อใช้หนี้ ผู้รับใช้ผู้นั้นกราบลงแทบพระบาททูลอ้อนวอนว่า 'ขอทรงพระกรุณาผัดหนี้ไว้ก่อนเถิด แล้วข้าพเจ้าจะชำระหนี้ให้ทั้งหมด' กษัตริย์ทรงสงสารจึงทรงปล่อยเขาไปและทรงยกหนี้ให้ ขณะที่ผู้รับใช้ผู้นี้ออกไป เขาก็พบเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกันซึ่งเป็นหนี้เขาอยู่ไม่กี่พันบาท เขาได้เข้าไปคว้าคอบีบ ไว้แน่น กล่าวว่า 'เจ้าเป็นหนี้ข้าอยู่เท่าไร? จงจ่ายให้หมด'

        เพื่อนนั้นคุกเข่าลงอ้อนวอนว่า 'กรุณาผัดหนี้ไว้ก่อนเถิด แล้วข้าพเจ้าจะชำระหนี้ให้' แต่ชายผู้นั้นไม่ยอมฟังนำลูกหนี้ไปขังไว้จนกว่าจะชำระหนี้ให้หมด เพื่อนผู้รับใช้อื่นๆเห็นดังนั้นต่างสลดใจมาก จึงนำความทั้งหมดไปทูลกษัตริย์ พระองค์จึงทรงเรียกชายผู้นั้นมา ตรัสว่า 'เจ้าคนสารเลวข้ายกหนี้สินของเจ้าทั้งหมดเพราะเจ้าขอร้อง เจ้าต้องเมตตาเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกัน เหมือนกับที่ข้าได้เมตตาเจ้ามิใช่หรือ?' กษัตริย์กริ้วมาก ตรัสสั่งให้นำผู้รับใช้นั้นไปทรมานจนกว่าจะชำระหนี้หมดสิ้น พระบิดาของเราผู้ทรงสถิต ในสวรรค์จะทรงกระทำกับท่านทำนองเดียวกัน ถ้าท่านแต่ละคนไม่ยอมยกโทษให้พี่น้องจากใจจริง'

 

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2020 สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว               มธ 20:1-16

        เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาอัครสาวกเป็นคำอุปมาว่าดังนี้
        อาณาจักรสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อบ้านผู้หนึ่งซึ่งออกไปแต่เช้าตรู่ เพื่อจ้างคนงานมาทำงานในสวนองุ่น ครั้นได้ตกลงค่าจ้างวันละหนึ่งเหรียญกับคนงานแล้ว ก็ส่งไปทำงานในสวนองุ่น ประมาณสามโมงเช้า พ่อบ้านออกมาก็เห็นคนอื่นๆยืนอยู่ที่ลานสาธารณะโดยไม่ทำงาน จึงพูดกับคนเหล่านี้ว่า "จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด ฉันจะให้ค่าจ้างตามสมควร" คนเหล่านี้ก็ไป พ่อบ้าน ออกไปอีกประมาณเที่ยงวันและบ่ายสามโมง กระทำเช่นเดียวกัน ประมาณห้าโมง เย็น พ่อบ้านออกไปอีกพบคนอื่นๆยืนอยู่ จึงพูดกับเขาว่า "ทำไมท่านยืนอยู่ที่นี่ทั้งวันโดยไม่ทำอะไร?" เขาตอบว่า "เพราะไม่มีใครมาจ้าง" พ่อบ้านจึงว่า "จงไปทำ-งานในสวนองุ่นของฉันเถิด"

        ครั้นถึงเวลาค่ำ เจ้าของสวนบอกผู้จัดการว่า "ไปเรียกคนงานมา จ่ายค่าจ้างให้เขาโดยเริ่มตั้งแต่คนสุดท้าย จนถึงคนแรก" เมื่อพวกที่เริ่มงานเวลาห้าโมงเย็นมาถึง เขาได้รับคนละหนึ่งเหรียญ เมื่อคนงานพวกแรกมาถึง เขาคิดว่าตนจะได้รับมากกว่านั้น แต่ก็ได้รับคนละหนึ่งเหรียญเช่นกัน ขณะรับค่าจ้างเขาก็บ่นต่อเจ้าของสวนว่า "พวกที่มาสุดท้ายนี้ทำงานเพียงชั่วโมงเดียว ท่านก็ให้ค่าจ้างแก่เขาเท่ากับเรา ซึ่งต้องตรากตรำอยู่กลาง แดดตลอดวัน" เจ้าของสวนจึงตอบพวกนี้คนหนึ่งว่า "เพื่อนเอ๋ย ฉันไม่ได้โกงท่านเลย ท่านไม่ได้ตกลงกับฉันคนละหนึ่ง เหรียญหรือ? จงเอาค่าจ้างของท่านไปเถิด ฉันอยากจะให้คนที่มาสุดท้ายนี้เท่ากับให้ท่าน ฉันไม่มีสิทธิ์ใช้เงินของฉันตามที่ฉันพอใจหรือ? ท่านอิจฉาริษยาเพราะฉันใจดีหรือ?

        ดังนี้แหละ คนกลุ่มสุดท้ายจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มแรก และคนกลุ่มแรกจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มสุดท้าย'

 

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2020 สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว               มธ 21:28-32      

 เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสของประชาชนว่า

          'ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร? ชายคนหนึ่งมีลูกสองคน เขาไปพบลูกคนแรกพูดว่า "ลูกเอ๋ย วันนี้ จงไปทำงาน ในสวนองุ่นเถิด" ลูกตอบว่า "ผมไม่อยากไป" แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจและไปทำงาน พ่อจึงไปพบลูกคนที่สอง พูดอย่างเดียวกัน   ลูกคนที่สองตอบว่า "ครับ คุณพ่อ" แต่แล้วก็ไม่ได้ไป สองคนนี้ใครทำตามใจพ่อ?'  พวกเขาตอบว่า      'คนแรก'   พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า   'เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าก่อนท่าน เพราะว่ายอห์นได้มาพบท่าน ชี้หนทางแห่งความชอบ-ธรรม ท่านก็ไม่เชื่อยอห์น ส่วนคนเก็บภาษี     และหญิง โสเภณีเชื่อ แต่ท่านทั้งหลายเห็นดังนี้แล้ว ก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจมาเชื่อยอห์น